FF

"If you hold my hand , I'll be with you" 03

posted on 20 Nov 2008 23:21 by renika  in FF

title : "If you hold my hand , I'll be with you"
author : renika
cast : Kamenashi Kazuya  Ueda Tatsuya [pairing : AKame UN (จริงๆนะเออ)]
genre : dark drama tragedy [มั้ง...อันที่จริงยังไม่ได้คิดพลอตเลย]
rate : G
status : 03
author's note : ตอนที่3กันแล้ว...ช่วงนี้วุ่นวายจนไม่ค่อยได้ทำอะไร แต่ก็อยากแต่งฟิคสุดๆเลยล่ะ เฮ้อๆ ตอนนี้สั้น แต่ก็[ไม่]มีสาระนะ 55+ ไม่มีอะไรอยู่ในหัวเท่าไหร่เลย ตอนต่อไปยังนึกไม่ออก...โฮะๆ สรุปเรื่องีน้มันจะมีอนาคตไหมนะ!

 

‘ฉันเป็นห่วงนายมากกว่า’

‘ชินแล้ว’

‘นายน่ะหรือ’

‘อือ’

‘...ยังไหวไหม’

 

ผมเกลียดการที่เจ็บจนชา

ผมเกลียดบาดแผล...เกลียดการที่เจ็บจนไม่รู้สึกอะไร แต่ก็ไม่อาจห้ามสายเลือดให้รินหลั่ง

ผมเกลียด...

 

ทำนองเพลงที่ดังอยู่ในหูเหมือนจะปิดล้อมให้ชายหนุ่มจดจ่ออยู่โสตประสาทจนลืมเลือนประสาทสัมผัสอื่น ปลายนิ้วเคาะเป็นเหมือนเมโทรนอมที่คอยกำกับจังหวะ ดวงตาที่ปิดสนิทบ่งบอกให้คนอื่นรู้ว่าไม่ต้องการให้ใครมารบกวน

ไม่นานนักเฮดโฟนที่ใส่อยู่ก็ถูกถอดออกพร้อมกับปลายนิ้วที่เลื่อนไปแตะปุ่ม eject


“เป็นไง?” คนที่รออยู่ถามความเห็นขึ้นทันที

 “...ฉันว่ามันมีช่วงที่ยังแปร่งๆ นะ” นิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ ความเห็นจึงหลุดออกมา

“ถึงให้นายลองฟังดูไง” เจ้าของแผ่นซีดียื่นมือไปรับแผ่นคืน “ช่วงกลางเพลงใช่ไหมล่ะ”

“อืม...ฉันว่า...ยังไงก็อัดแบบแทร็คดาวน์ ลองแต่งเสียงดู...ดีไหม?””

“เออ คิดเหมือนกัน งั้นฉันไปคุยกับฝ่ายเทคนิกดูดีกว่า”

“ระวังล่ะ ยิ่งใกล้กำหนดพวกนั้นยิ่งงี่เง่า”


คนฟังคำเตือนพยักหน้ารับก่อนจะหมุนซีดีในมือและเดินตัวปลิวออกจากห้องไป แต่ก็ต้องชะงักเพราะประตูห้องเปิดอ้าออกพร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง


“ไฮ่ เป็นไงบ้าง”

ผู้มาใหม่ยิ้มพลางชูแผ่นกระดาษและซีดีในมือเป็นการบ่งบอกถึงผลงานใหม่ที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ ทักทายกันสองสามคำจึงต่างแยกย้ายกันไปทำงานต่อ

เจ้าของผลงานล่าสุดกวาดสายตามองประชากรในห้องอย่างรวดเร็วก่อนจะสาวเท้าไปหาคนที่เพิ่งออกความเห็นกับเพลงเมื่อครู่ไป

 

“ทัตจัง”

“จะเอาอะไร?”

“ฝากส่งงาน...”


ทัตสึยะหันมามองทันที แม้จะค่อนข้างชาชินกับความเอาแต่ใจของเพื่อนสนิทแต่ก็อดจะคาใจไม่ได้


“อาคานิชิ จิน”

ปลายนิ้วเรียวของนักดนตรีตวัดมาชี้หน้า

“นายมีนัดกับคาเมะตอนหกโมงไม่ใช่หรือไง จะรีบไปไหนตั้งแต่บ่ายสี่?”


“งานเสร็จแล้ว เลยเลื่อนนัด...ไม่ดีหรือคาซึจะได้กลับบ้านเร็วขึ้น”

“ไอ้ดีน่ะมันดี...แต่ฉันแค่เอาไปโยนให้โปรดิวเซอร์นะ พรุ่งนี้นายไปชี้แจงเอาเองแล้วกัน”

“ไม่มีปัญหา”

พูดจบไม่ทันจะเอ่ยลาก็หายวับไปทันที ทัตสึยะถอนหายใจเฮือก ก่อนจะเอาเพลงใหม่ของเพื่อนมาเปิดดูอย่างสนใจ แต่อ่านเนื้อไปได้ไม่เท่าไรก็ถูกรบกวนอีกครั้งจากการเรียกข้าวของโทรศัพท์มือถือที่ตั้งระบบสั่นเอาไว้ไม่ให้รบกวนการทำงาน


“โมชิโมชิ”

‘นี่ฉันเอง สะดวกคุยหรือเปล่า?’

“คุยได้...ทำไมหรือ”

‘วันนี้งานเสร็จเร็ว ไปกินข้าวเย็นกันไหม’

“เอาสิ”

‘แล้วต้องรีบกลับหรือเปล่า’

“ไม่ต้องหรอก จินมันชิ่งไปรับคาเมะออกไปเที่ยวแล้ว”

‘งั้นดูหนังด้วยไหม? หนังที่นายอยากดูเข้าโรงแล้วนะ’

“อา...จริงหรือ”

‘ฉันโทรไปบอกจินให้’

“...ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันโทรไปหาคาเมะดีกว่า ถ้าต้องไปค้างแล้วเดี๋ยวหมอนั่นลืมเอายาไปด้วย”

‘อืม...โปรดิวเซอร์จะเข้ากี่โมง อีกสักชั่วโมงงานฉันก็เรียบร้อยแล้ว’

“คงเข้าประมาณนั้นล่ะมั้ง”

‘งั้นเดี๋ยวไปรับ แล้วเจอกัน’

“แล้วเจอกัน...ยูอิจิ”


ทัตสึยะยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก ก่อนจะกดมือถือโทรหาเพื่อนร่วมห้อง

คาซึยะเคยถามเขาว่า ทำไมเวลาทัตจังอยู่กับยูอิจิถึงไม่ยิ้มกว้างแบบตอนที่อยู่กับจินหรือเพื่อนคนอื่นบ้าง

มันคงประหลาด...ถ้าจะตอบว่า เพราะยูอิจิเป็นเพื่อนที่สนิทยิ่งกว่าเพื่อนสนิท เพราะยูอิจิไม่ใช่เพื่อนที่จะคบไว้เที่ยวเล่นหรือคุยกันเรื่องบ้าๆ บอๆ แต่เป็นมากกว่านั้น...


‘ฉันไม่มีวันที่จะทิ้งนาย’


มีคนมากมายที่ชมว่ามือของยูอิจิสวย แต่เขาคือคนเดียวที่รู้ว่ามันอบอุ่นเพียงใด

สำหรับคนที่เพิ่งสูญเสียครอบครัวไปกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ความอ่อนโยนที่ถูกหยิบยื่นเข้ามาก็เปรียบเสมือนมือที่เขาพร้อมจะจับเอาไว้เพื่อเป็นกำลังใจที่อยากจะมีชีวิตต่อไป

การอยู่คนเดียวเหงากว่าที่เคยคิด...แต่ก็อุ่นใจกว่าที่เคยคาดเมื่อมีคนที่จะไม่ทิ้งกัน

++++++

ลมหายใจที่แสนเกลียด

แผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะนั้นทำให้ยังรับรู้ว่าร่างที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มยังมีชีวิต ผ้าผืนเล็กที่ชื้นแฉะถูกกำแน่นอยู่ในมือแทนที่จะทาบอยู่บนดวงตาอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อคืนคาซึยะและทัตสึยะยังคงนอนเบียดกันที่ฝั่งขวาเหมือนเดิม แต่คาซึยะกลับนอนไม่หลับ ฝันร้ายที่เป็นความจริงยังคงตามหลอกหลอนอยู่ไม่ห่าง


จะขุดคุ้ยมันขึ้นมาทำไม...เรื่องแบบนั้น...ลืมไปเสียที


แม้ในหัวจะขาวโพลน แต่น้ำตาก็ยังคงไหลออกมาได้ กว่าจะรู้ตัวอีกที ทัตสึยะก็ออกไปทำงานตอนเช้าแล้ว พร้อมกับผ้าที่ประคบเย็นไว้บนดวงตา

ทั้งๆ ที่เป็นร่างกายของตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถจะบังคับให้ขยับตัวได้เสียที การนอนนิ่งไปเรื่อยๆ ก็เหมือนกับการปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างไม่มีจุดหมาย คาซึยะรู้สึกอ่อนล้าเหมือนใช้สมองอย่างหนักหากแต่เขาไม่ได้คิดอะไรในหัวเลยสักนิด


อยากร้องไห้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะร้องทำไม

พอคิดอย่างนี้ก็รู้สึกอยากจะตายเสียเลย


บ้าบอที่สุด เรื่องนี้มันบ้าชัดๆ


กรีดร้องลั่นห้อง ขว้างปาข้าวของจนเหนื่อยก็ล้มลงบนเตียงเหมือนเดิม น้ำตากับเม็ดเหงื่อผสมกันจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร คาซึยะขดตัวเข้าหากันแล้วก็สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น

เขาไม่อยากเป็นแบบนี้...แต่ควบคุมตัวเองไม่ได้


ยานอนหลับที่กินไปเมื่อคืนไม่สามารถทำให้เขาข่มตาหลับหรือปรับอารมณ์ให้ปกติได้ สุดท้ายก็จบลงที่ความหวาดกลัวในสิ่งที่ตัวเองเป็น

ชายหนุ่มคว้ามือถือมากำไว้จนแน่น สัมผัสเยียบเย็นของพลาสติกช่วยให้อุ่นใจได้อย่างประหลาด


ไม่รู้ว่าเวลานั้นผ่านไปเท่าใดแล้ว เสียงและแรงสั่นของเครื่องมือสื่อสารในมือเรียกร้องความสนใจให้คนที่ไม่มีแรงค่อยๆ สั่งให้ร่างกายขยับไปตามใจต้องการด้วยความยากลำบาก

เสียงเรียกเข้าพิเศษและชื่อบนหน้าจอทำให้คาซึยะรู้สึกเหมือนตื่นจากฝันร้าย


‘คาเมะ ตื่นหรือยัง?’


เสียงที่คุ้นหูทำให้รู้สึกอุ่นวาบกับน้ำตาจากไหนอีกมากมายไม่รู้ที่ทิ้งตัวลงมาอาบใบหน้าอีกครั้ง


“...ตื่นแล้ว”

‘...คืนนี้คาเมะค้างกับจินได้หรือเปล่า?’

“...ท...ทำไมหรือ”

‘ฉัน...คงกลับดึกมาก ถ้าคาเมะไม่อยากอยู่คนเดียวจนดึกล่ะก็นะ...’


เสียงของทัตสึยะเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ เพราะกังวลแต่เรื่องของคาซึยะ แต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธยูอิจิไปได้เช่นเดียวกัน

คาซึยะรู้ดีว่าสำหรับทัตสึยะ คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือใครระหว่างเขากับยูอิจิ คนที่ทัตสึยะต้องเลือกก่อนคงไม่ใช่ตัวเขา...พอคิดอย่างนี้ก็รู้สึกมีของแหลมทิ่มแทงอยู่ในใจ...ทั้งๆ ที่ก็ควรจะรู้ตัวอยู่แล้วแท้ๆ


“ทัตจังไปเถอะ...เที่ยวให้สนุกนะ ฉันไม่เป็นอะไรหรอก”

‘อืม...จินมันจะไปถึงก่อนเวลานัดนะ รีบอาบน้ำเถอะ ตอนนี้มันออกจากบริษัทไปแล้ว’ คาซึยะเงยหน้ามองหน้าปัดนาฬิกา พลางคิดถึงเวลานัดเดิมที่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ‘อย่าบอกว่าลืมอีกแล้ว...เดี๋ยวจินมันก็งอนหรอก ไปอาบน้ำเลย’

“อื้อ...”

‘ฉันไปทำงานก่อนนะ อย่าลืมเอายาไปด้วยล่ะ’

“ตั้งใจทำงานล่ะ”

‘อา...เดี๋ยวๆ’

“หืม?”

‘มีอะไรก็โทรมานะ...’


ทัตสึยะวางสายไปแล้ว

มือถือเครื่องเล็กถูกทิ้งให้แน่นิ่งอยู่บนผ้าปูเตียงสีสะอาด คาซึยะจ้องมองมันด้วยสายตาว่างเปล่า เส้นผมเล็กละเอียดที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงสะท้อนให้เห็นบนเงาที่อยู่บนกระจกแต่งตัวในห้อง

นึกอยากจะทุ่มตัวลงใส่เตียงอีกครั้งแล้วนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าทำอย่างนี้ต่อไปเขาคงจะต้องฆ่าตัวตายแน่ๆ


ทัตสึยะใจดีเสมอ...เพราะรู้ดีว่าความรู้สึกของการเป็นคนสำคัญและมีคุณค่าสำหรับคนอื่นมันเป็นอย่างไร...


ถูกแล้วล่ะ

เขาก็แค่อยากเป็นคนที่สำคัญสำหรับคนอื่นเท่านั้นเอง


ครอบครัวที่ไม่เคยแยแส ความรักที่ไม่เคยสัมผัสได้ สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่ถูกทิ้งอยู่ข้างหลังเสมอ

ไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยร้องขอ ทั้งๆ ที่อยากจะได้ความรักเหมือนกับคนอื่นแท้ๆ

 

ผมก็แค่อยากจะดิ้นรนไขว่คว้าความรักบ้าง

แม้ผมจะไม่ได้สิทธิ์นั้นจากใครเลยก็ตาม

++++++

ป.ล. อ่านคอมเมนท์พี่วีแล้วอยากจะตบเข่าดังฉาด "คาเมะที่ชอบทัตจัง" เออ...จริงว่ะ! 55+